การเลี้ยงงูหลาม | Thai Pet Lover: รวมเรื่องราวสัตว์เลี้ยงน่ารัก ทิป (Tips) การดูแลน้องหมา น้องแมว
facebook
Share Your LOVELY PET
อัพเดท เรื่องราว น้องหมา น้องแมว หรือ สัตว์เลี้ยงน่ารักๆ ของเพื่อนๆ ได้ที่นี่ check it out →

การเลี้ยงงูหลาม

1,846 views

ในปัจจุบันมีคนหันมาให้ความสนใจกับสัตว์เลี้ยงแปลกๆ( Exotic Pet )มากขึ้น ไม่ว่าจะเนื่องมาจากกระแสนิยม หรือ การต้องการหาสิ่งแปลกใหม่ให้กับชีวิต แต่จากสาเหตุอะไรก็แล้วแต่สัตว์เหล่านี้ก็ได้เข้ามานั่งอยู่ในหัวใจใครต่อหลายคนแล้ว ดังนั้นการศึกษาหาข้อมูลของสัตว์ชนิดนั้นๆก่อนนำเข้ามาเลี้ยงย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ส่วนมากแล้วจะไม่ค่อยมีการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับสัตว์ชนิดนั้นๆก่อน อาจได้ข้อมูลจากผู้ขายมาบ้างแต่ก็ไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้องเท่าไรนัก เพราะโดยส่วนมากแล้วผู้ขาย( บางท่าน )จะให้ข้อมูลที่เอื้อประโยชน์ต่อการขายของเขามากกว่า ดังจะเห็นได้จากตามหน้าเวบบอร์ด เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงบ่อยๆ เช่นว่า “ ผมชื้องูหลามมาแล้วไม่รู้จะให้อะไรมันกินดีครับ ” หรือ “ ทำไงดีครับ งูหลามของผมตัวมันใหญ่ ไม่มีที่เลี้ยงแล้ว ” ฯลฯ วันนี้ผมจะขอนำเสนอข้อมูลของงูหลามเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจก่อนนำมาเลี้ยงดู หรือสำหรับผู้ที่เลี้ยงอยู่แล้วได้เข้าใจมันมากขึ้น


งูหลามที่เราๆนำมาเลี้ยงกันเป็นงูที่ฝรั่งเรียกว่า Burmese Python มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Python molurus bivittatus จัดเป็นงูที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากพี่เบิ้ม อนาคอนดา และ พี่เหลือม หากในเรื่องของความยาวงูเหลือมชนะ อนาคอนด้าขาด งูหลามเมื่อโตเต็มที่อาจมีขนาดถึง 7 เมตรเลยทีเดียว งูหลามจะมีลักษณะค่อนข้างอ้วนเมื่อเทียบกับงูเหลือม ลวดลายบนตัวนั้นจะออกไปทางสีน้ำตาล ขาว และมีเส้นตัดสีเหลืองเป็นรูปร่างต่างๆ มองเผินๆจะคล้ายกับลายของยีราฟ ลายที่ส่วนหัวจะมีแถบสีครีมพาดตั้งแต่ท้ายทอยไปถึงปลายจมูกมองแล้วจะคล้ายลายของตัวอึ่งอ่าง บริเวณกลางหน้าผากจะมีเส้นสีครีมขีดแนวตั้งหนึ่งขีด ดวงตามีสีน้ำตาลเข้ม งูในกลุ่ม python จะมีอวัยวะรับความร้อน (heat pit) อยู่ระหว่างปากและจมูก ซึ่งอวัยวะรับความร้อนนี้ใช้ในการล่าเหยื่อซึ่งเป็นสัตว์เลือดอุ่น งูหลามเป็นงูที่พบได้ทั่วไปในแถวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทย ยกเว้นภาคใต้ ซึ่งพบถึงจังหวัดชุมพรเท่านั้น

อุปนิสัยโดยทั่วไปแล้วงูหลามจัดว่าเป็นงูที่ค่อนข้างเชื่อง ถึงแม้จะเป็นงูป่าตัวโตๆก็เถอะก็ยังไม่ก้าวร้าวนัก ผิดกับงูเหลือมซึ่งดุยังกะหมาร็อตไวเลอร์ ในธรรมชาติแล้วงูหลามมักจะออกหากินตอนกลางคืน โดยอาศัยอวัยวะรับความร้อนที่กล่าวมาข้างต้นนี้แหละ โดยมักจะซุ่มอยู่เงียบๆรอเหยื่อที่เป็นสัตว์เลือดอุ่นผ่านมา งูหลามเป็นงูที่ไม่มีพิษ ฆ่าเหยื่อโดยการรัดซึ่งการรัดนี้ไม่ได้ทำให้เหยื่อตายจากการขาดอากาศหายใจ แต่เกิดจากการที่ร่างกายของเหยื่อถูกบีบรัดจนความดันโลหิตสูงมากเกินกว่าร่างกายจะรับได้ เมื่อแน่ใจว่าเหยื่อตายแล้วจึงเริ่มกินจากทางด้านหัวก่อน งูหลามสามารถกลืนเหยื่อที่มีขนาดใหญ่กว่าหัวของมันได้เนื่องจากขากรรไกรล่างด้านซ้ายและด้านขวาของมันไม่เชื่อมต่อกันเหมือนสัตว์อื่นๆ จึงทำให้สามารถยืดขยายขนาดของปากได้

ความแตกต่างระหว่างเพศของงูหลาม งูตัวผู้ เดือยบริเวณข้างๆทวารหนักจะมีขนาดใหญ่และเห็นได้ชัดเจน ส่วนงูตัวเมีย เดือยดังกล่าวจะมีขนาดเล็กกว่าอย่างเห็นได้ชัดหรือบางตัวอาจมองไม่เห็นเลย งูหลามจะผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหนาว คือตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธุ์ หลังจากผสมพันธุ์แล้วจะตั้งท้อง 2 เดือน และฟักไข่อีกราว 2 เดือนเศษ

การเลือกงูหลามมาเลี้ยงนั้น ควรเลือกงูที่ได้มาจากการเพาะพันธุ์ในที่เลี้ยงมากกว่า เพราะลูกงูที่จับมาจากป่านั่นอาจมีเชื้อโรคแล้วปรสิตปะปนมา ถ้าเป็นไปได้ให้เลือกร้านที่มีงูให้เลือกหลายๆตัวจึงจะดี การเลือกนั้นผมจะดูจากความสมบูรณ์ของงูเป็นอันดับแรกคือ งูต้องอ้วนไม่ผอมจนเห็นซี่โครงตัวที่ผอมมากๆลำตัวจะเป็นสักษณะสามเหลี่ยมเลยทีเดียว จากนั้นให้ดูว่างูต้องไม่มีน้ำลายไหลเยิ้มออกจากปาก และมีอาการปากปิดไม่สนิทหรือเปล่า ผิวหนังต้องมันเป็นเงาไม่แห้งด้าน ตาต้องไม่ขุ่นมัว ยกเว้นในกรณีที่งูกำลังเข้าคราบตาก็จะขุ่นเหมือนกัน ควรมีการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว มีการและลิ้นสัมผัสอากาศเป็นระยะๆ หากได้จับงูขึ้นมาดูด้วยจะยิ่งดี ถ้างูแข็งแรงมันจะไม่อ่อนปวกเปียกขณะที่เรายกขึ้นมา ส่วนเรื่องลวดลายนั้นก็เลือกตามความพอใจของผู้เลี้ยงได้เลย

เมื่อนำงูกลับมาถึงบ้านแล้วยังไม่ต้องรีบร้อนเอางูออกจากถุงผ้าที่ทางร้านใส่มาให้ ให้จัดเตรียมเรื่องสถานที่เลี้ยงเสียก่อน ในขณะที่ยังเป็นลูกงูนั้นคงไม่ลำบากในการจัดเตรียมสถานที่มากนัก อาจใช้ตะกร้าพลาสติกแบบล็อกได้มาใช้เลี้ยงงูก็ได้ หรืออาจใช้กล่องพลาสติกที่มีขายทั่วไปตามห้างมาเจาะรูระบายอากาศก็ใช้ได้ผลดีเช่นเดียวกัน บางท่านอาจใช้ตู้ปลาขนาดพอเหมาะแล้วทำฝาด้ายบนเป็นตาข่ายมาปิดก็สวยงามไปอีกแบบ ทั้งนี้ต้องระวังในเรื่อง ช่อง ร่อง รู ให้ดีเพราะหากมีช่องพอที่งูมุดหัวออกไปได้แล้วล่ะก็ รับรองหนีได้สบายๆ ภายในที่เลี้ยงควรประกอบไปด้วยถ้วยใส่น้ำดื่ม อาจใช้ชามข้าวของสุนัขก็ได้ เพราะว่าน้ำจะไม่หกได้ง่ายหากงูไปเลื้อยทับถ้วยน้ำเข้า สิ่งที่ควรมีอีกอย่างหนึ่งคือ Hide Box เอาไว้สำหรับให้งูได้ซ่อนตัว เพื่องูจะไดรู้สึกปลอดภัยและไม่เครียด Hide Box อาจทำมาจากกระถางดินเผาแตกๆมาคว่ำก็ได้ นอกจากนั้นยังควรมีกิ่งไม้เอาไว้สำหรับให้งูได้ใช้ถูตัวเวลาที่ลอกคราบ ที่เลี้ยงสามารถให้หนังสือพิมพ์ปูรองพื้นได้ซึ่งก็สะดวกดีในการทำความสะอาด หากงูมีการขับถ่ายก็แค่เปลี่ยนหนังสือพิมพ์ใหม่เท่านั้น แต่ท่านควรระลึกไว้เสมอนะครับว่างูหลามตัวน้อยในวันนี้จะกลายเป็นงูยักษ์ในระยะเวลาไม่กี่ปีฉะนั้นจึงต้องมีการคิดวางแผนในอนาคตไว้ด้วยในเรื่องสถานที่เลี้ยง งูโตเต็มวัย 1 ตัวต้องการพื้นที่สัก 2*3 เมตร แต่หากไม่สามารถจัดให้ได้ สถานที่เล็กกว่านั้นก็พอไหวครับ แต่คงไม่สบายตัวเท่าไรนัก

เมื่อจัดสถานที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาย้ายเข้าบ้านใหม่กัน หลังจากนำงูปล่อยลงในที่เลี้ยงแล้วควรปล่อยให้งูได้ปรับตัวให้เข้ากับสถานที่ใหม่สักระยะ คือให้งูอยู่เงียบๆสัก 2-3 วันโดยไม่ไปรบกวนงู
การให้อาหารนั้น ก็ให้เน้นเป็นสัตว์เลือดอุ่นไว้ก่อน ที่เหมาะที่สุดเห็นจะได้แก่ หนูขาว หรือหนูถีบจักร นั่นเอง โดยให้ปล่อยหนูที่อิ่มลงไปแล้วในช่วงหัวค่ำ ส่วนมากงูจะกินทันทีที่เห็น แต่ถ้างูไม่กินก็ให้เอาหนูออกก่อนเพราะหากทิ้งหนูไว้งูหลามทองท่านอาจโดนหนูแทะเป็นแผลเหวอะหวะได้ อันนี้ไม่ควรประมาทเพราะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว จำนวนหนูที่จะให้งูกินนั้นสำหรับลูกงูให้หนูสัก 2-3 ตัวก่อนโดยให้ทีละตัวแล้วค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นตามขนาดของงูที่โตขึ้น สำหรับความถี่ในการให้อาหารนั้น ในลูกงูจะให้สัปดาห์ละครั้ง สำหรับงูโตแล้วสามารถยืดเวลาออกไปอีกได้ เช่นเดือนละ 2 ครั้งก็ยังได้ หลังงูที่งูกินอาหารอิ่มใหม่ๆนั่นไม่ควรไปจับงูเล่นเด็ดขาดเพราะจะทำให้งูสำรอกอาหารออกมาจนหมด หากจะจับจริงๆควรรอให้ผ่านไป สัก 2 วันก่อน

แต่เดี๋ยวก่อน !!! สำหรับท่านที่ไม่ต้องการให้สิ่งมีชีวิตกับงูบ่อยๆ เรามีทางเลือกให้ท่าน นั่นก็คือ งูหลามสามารถฝึกให้กินน่องปีกบนไก่ได้…….

การฝึกให้งูหลามกินน่องไก่ ทำได้โดยเริ่มจาก ในครั้งแรกก็ให้หนูตามปกติ แต่หนูที่เราให้ไปนั้นตามเอามาถูกับน่องไก่เสียก่อน เพื่อให้หนูมีกลิ่นของน่องไก่ติดไปด้วย ในขณะที่งูกำลังกลืนหนูคำสุดท้ายให้เอาน่องปีกบนไก่ด้านเล็ก จ่อติดไว้กับก้นหนูค่อยดันให้ติดๆไว้เลย จนกว่างูจะกลืนมาถึงน่องไก่ เมื่องูงับน่องไก่แล้วจึงปล่อยมือ เดี๋ยวงูมันก็จะกินตามน้ำเอง หลังจากทำอย่างนี้สัก 2-3 ครั้งแล้ว ให้ลองเอาน่องปีกบนไก่ที่แช่น้ำอุ่นให้พออุ่นๆ มาแกว่งล่อตรงหน้างู โดยปกติแล้วงูก็จะงับ แต่ถ้างูไม่กินอีก 2-3 วันค่อยลองใหม่ ข้อควรระวัง การเอาน่องไก่ไปแกว่งล่อตรงหน้างูนั้น ไม่ควรใช้มือจับน่องไก่โดยตรง เพราะอาจทำให้งูฉกผิดมาโดนมือก็ได้ อันนี้ผมโดนมาแล้ว แนะนำให้ใช้ที่คีบถ่าน หรือเหลาไม้ไผ่ยาวสัก 80 เซนติเมตร เอามาเสียบน่องไก่ไว้ก็ได้ ทั้งนี้การให้งูกินเฉพาะน่องไก่อย่างเดียวเป็นระยะเวลานานๆอาจทำให้งูขาดสารอาหารได้ เพราะฉะนั้นควรให้งูได้กินสัตว์ทั้งตัวบ้างเป็นบางครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดีของงูหลามที่คุณรัก

 

ที่มา siamreptile.com

Comments

comments

Written by gmmaster

Leave A Reply